Thursday, September 28, 2006
เสียงและสำนึกสุดท้ายในคืนมืดบอด
ผมหายใจไม่ออก
อากาศรอบตัวราวกับจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
นับตั้งแต่นาทีที่คุณย่างกรายเข้ามา ช่างชัดเจนอะไรเช่นนั้น
แม้ในความมืดมิดที่ไม่มีแม้แสงจากพระจันทร์
ด้านนอกหน้าต่างนั่นไม่มีอะไรเลย ผมสัมผัสไม่ได้กระทั่งกระแสลม
ภาพเดียวที่ชัดเจนคือคุณ ..
รอยยิ้มและดวงตาที่สะกดจ้องมองผมทำให้ผมไม่อาจถอนสายตาหลบเร้นไปไหนได้
อึดอัดเหมือนถูกมัด
ผมดิ้นรนในความเงียบ ไม่หรอก ไม่ใช่ คุณไม่เคยมีอยู่จริง
เส้นผมยาวสลวยที่ระเรี่ยลงมานี่ล่ะ ร่างที่โน้มเข้าใกล้
ผมเกร็งจนทุกมัดของกล้ามเนื้อ ทุกเส้นสายเลือด แทบจะระเบิด
.. ได้โปรด ผมครวญครางในใจระโหย ..
นิ้วเรียวยาวค่อยๆแตะลงบนแผงอก ยิ้มยั่ว ละลาก .. ไล้
สัมผัวแผ่วเคลียบางบาง ดุจดั่งจะปลอบประโลม ให้เชื่องเชื่อ กล่อมวิญญาณให้หวาน
ผมสยบ สงบลง
และโลดเร่าขึ้นเมื่อร่างเธอค่อยค่อยแนบลงมาอย่างช้าช้า
ผมอึดอัด ดิ้นรน เหยียดร่างขึ้นพยายามไขว่คว้า ให้แนบแน่น
เหยียด สะบัด ไขว่คว้า
.. และหลงเหลือเพียงอากาศ ที่ว่างเปล่า .. เธอไม่เคยมีอยู่จริง ..
ผมได้ยินเสียงตะโกนกรีดร้องของสัตว์ที่บาดเจ็บ ..
.. เธอกลับมาอีกแล้ว ..
Tuesday, September 26, 2006
full moon
ฉันนั่งอยู่ริมทะเลบนชายหาด
ท้องฟ้ากว้างใหญ่ เวลานั่งอยู่ริมทะเลวันฟ้าเปิดแบบนี้
ดาวระยิบระยับ...ฟ้าสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ
เสียงคลื่นกระทบชายหาด...ขับกล่อมหัวใจของฉัน
ฉันรักกลางคืนเหลือเกิน...
ท่ามกลางความเงียบสงบ ฉันได้ยินเสียงแหวกว่าย
ชายหนุ่มจากท้องทะเล...ปรากฎกายขึ้นราวกับปาฏิหารย์
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น...จับจ้องมาที่ฉัน
ราวกับต้องมนต์สะกด...
ลมทะเลเยือกเย็นพัดผ่านผิวกาย...ฉันห่อไหล่
หัวใจเต้นแรงขึ้นจนได้ยินเสียงตังก้องไปทั้งโสต...
ฉันไม่อาจหลุดรอดจากสายตาคู่นั้น
ชายหนุ่มจากท้องทะเล...สะกดฉันไว้ใต้เงื้อมเงาแห่งเค้า
เขาหยุดยืนตรงหน้า...ไม่ยอมลดละสายตา
รอยยิ้มพรายที่ริมฝีปากบาง...
ฉันเห็นมือแข็งแรงข้างนั้น ยื่นออกมาเชิญชวน
นาทีนี้...ขอเพียงแค่อ้อมกอดจากชายผู้นี้
เค้าพาฉันลงสู่ทะเล...ทั้งเค้าและท้องทะเลโอบกอดฉัน
ช่างเหน็บหนาวและเร่าร้อนได้เท่าเท่ากัน...
ทะเลกำลังร่วมรักกับจันทร์...และฉันกำลังจะขาดใจ...
ปีศาจแห่งท้องทะเลกำลังเริงร่า...
คืนฟ้าเปิดดวงสะพร่างแสงจันทร์กระจ่าง
เค้าลอยตัวแหงนมองจันทร์...สระสนานอยู่กลางทะเล
ที่นี่ทะเลเย็นเฉียบและเหน็บหนาว...คือบ้านของเค้า
ปีศาจทะเลย่างกรายขึ้นฝั่ง...เมื่อเห็นหญิงสาวบนชายหาด
เค้าจ้องมองไปที่เธอสะกดไว้ด้วยมนตราแห่งเค้า
หัวใจเอิบอาบ...กลิ่นของหญิงสาวลอยมาตามลมทะเล
ย้อมจิตใจให้กระหายใน...ราคะ
ยื่นมือออกไปฉุดเธอให้ลุกขึ้น...ปลดเปลื้องอาภรณ์จากร่างหญิงสาว
ร่างเปลือยอวดโฉม...กลางแสงจันทร์
ปีศาจพาเธอลงสู่ท้องทะเล...ขับกล่อมเธอด้วยมายาแห่งพิศวาส
ระเริงรักกลางกระแสคลื่น...ปล่อยให้คลื่นพัดพาล่องลอย
อ้อมกอดร้อนเร่ามอบแด่เธอ...หญิงสาวแห่งจันทรา
คืนนี้จันทร์มอบพลังแด่...ทะเล
คืนฟ้าเปิดดวงสะพร่างแสงจันทร์กระจ่าง
เค้าลอยตัวแหงนมองจันทร์...สระสนานอยู่กลางทะเล
ที่นี่ทะเลเย็นเฉียบและเหน็บหนาว...คือบ้านของเค้า
ปีศาจทะเลย่างกรายขึ้นฝั่ง...เมื่อเห็นหญิงสาวบนชายหาด
เค้าจ้องมองไปที่เธอสะกดไว้ด้วยมนตราแห่งเค้า
หัวใจเอิบอาบ...กลิ่นของหญิงสาวลอยมาตามลมทะเล
ย้อมจิตใจให้กระหายใน...ราคะ
ยื่นมือออกไปฉุดเธอให้ลุกขึ้น...ปลดเปลื้องอาภรณ์จากร่างหญิงสาว
ร่างเปลือยอวดโฉม...กลางแสงจันทร์
ปีศาจพาเธอลงสู่ท้องทะเล...ขับกล่อมเธอด้วยมายาแห่งพิศวาส
ระเริงรักกลางกระแสคลื่น...ปล่อยให้คลื่นพัดพาล่องลอย
อ้อมกอดร้อนเร่ามอบแด่เธอ...หญิงสาวแห่งจันทรา
คืนนี้จันทร์มอบพลังแด่...ทะเล
Monday, September 25, 2006
Breathe Again
ผมคิดถึงคืนนั้น
ริมระเบียงบนคอนโดที่ความสูง 6 ชั้น
คืนที่มีเรา 3 คน ผม คุณ เขา
ค่ำนั้นไวน์สีแดงสำหรับคุณและเขา
เขา ผู้เป็นเหมือนน้องชายของผม กับความสัมพันธ์ลับลับของเรา
เราร้องเพลงด้วยกันกี่เพลงนะ ที่ด้านนอกของระเบียงนั่น
คุณกับเขา แนบชิด ..
มีเพียงแค่ยามเขาเผลอไผล ที่สายตาเราจะสบกัน
ผมเห็นเปลวไฟในดวงตา และ คุณคงเห็นเหมือนกันใช่ไหม?
ผมนอนอยู่บนโซฟาด้านนอกนี่ เงียบยิ่งกว่าเงียบ
เสียงจากในห้องนั้น .. ห้องของผม ที่ตอนนี้มีคุณกับเขา
มันเงียบลงแล้ว .. ผมยังลืมตาอยู่ในความมืด และเงียบ
เรือนร่างที่ผมรัก ก้าวออกมาจากห้องนั้น
เราสบตากัน .. รอยละอาย แรงปรารถนา ผมเห็นมัน
วินาทีที่หยุดนิ่ง ผมขลาดเกินกว่าจะส่งเสียงใดใด
มันรวดร้าวเกินไป กี่วินาทีกันนะที่จมลงไปในนั้น
นรก ..
มีเสียงเรียกคุณเบาเบา เสียงปิดประตู แล้วมันก็เกิดขึ้นอีก
ผมก้าวเข้ามาในห้องนอนของผมเอง
.. รูดม่านปิด
ซุกตัวลงบนเตียงที่มีร่องรอยของคุณ กับ เขา
ไขว่คว้าหากลิ่นไอของคุณ ผมจำมันได้ดี
วันก่อนโน้นมันยังเป็นผม ก็วันก่อนยังเป็นของผม
นรก นรก ชัดชัด .. ผมปรารถนาคุณ เดี๋ยวนี้!!
Narcissus
ความรัก ..
ความรักทำให้ผมสั่นคลอน ทางอารมณ์
ผมกำลังคิดถึงคืนวันที่เปลี่ยวเหงา ก่อนหน้าที่จะมีคุณ
ผมหลงรักชีวิตแบบนั้น มากเท่าที่ผมหลงรักคุณ
ผมต้องการอยู่กับคุณ มากเท่าที่ผมต้องการอยู่คนเดียว
ผมไม่รู้มันจะลงตัวไหม หรือทำไมมันต้องลงตัว?
ความรักที่อีกฝ่ายมีต่ออีกฝ่าย มันบาดลึก หัวใจเราหรือเปล่า?
เรารักกันมากมาย เท่าที่มนุษย์จะรักกันได้
บางขณะเราก็อยากอยู่คนเดียว โดยไม่แคร์ต่ออีกฝ่ายใช่ไหม?
ดึง - ผลัก ขั้วของเรา เป็นขั้วเดียวกันใช่ไหม?
ความรักที่มาก และ เหมือน เราจะประคองมันได้อย่างไร?
เราอยากให้ความรักเดินนำ หรือเราอยากเดินนำความรัก?
เราห่วงอีกฝ่าย แต่เราก็เบื่อที่ต้องแคร์อีกฝ่าย?
ผมว่า เปล่า .. เรารักกันมากเกินไป
พยายามถนอมความรู้สึกอีกฝ่ายมากเกินไป
จนเรารู้สึกสั่นคลอนต่อตัวเอง ..
ผมมองย้อนกลับไป และ มองวันนี้
ผม .. ในวันนี้ คือ ผม คนเดิมที่คุณหลงรัก ใช่ไหม?
.. หรือ ไม่ใช่?
ถ้าความรักทำให้เราเปลี่ยนแปลง เพื่ออีกฝ่าย
อีกฝ่ายนั้นจะหลงรักเรา .. คนที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไป
เลือดอหังการ์ในตัวเรา เริ่มจะเดือดใช่หรือไม่?
เรา .. ผู้ไม่เคยแคร์ - เรา .. ผู้ไม่เคยข้ามไม่พ้น
เรา .. ผู้เลือดเย็น
ผมรักคุณ นั่นเป็น .. จริง .. คือ ความ จริง
ผมรักคุณ เท่ากับลมหายใจเข้าออก ของตัวเอง
ความเจ็บปวดจากการกระเทาะเปลือกที่ห่อหุ้มตัวผมออกไป
.. จนหมดสิ้น ..
ผมมองเห็นเงาของอีกคน สะท้อนออกมาจากแววตา
.. ผ่านกระจกบานใส ..
เงาที่ทาบทา มีแต่คุณ
นี่คือรักที่มากมายเกินไปใช่ไหม?
ราวกับโลกสั่นคลอน
ทุกข์ - สุข .. ร้อน - หนาว
ขึ้นอยู่กับใครอีกคน ..
เสียงขยับกาย เสียงลมหายใจ ล้วนมีอิทธิพล
เสมือนหนึ่งเราไม่อาจแยกร่างกายออกจากหัวใจ
ผมผู้ชิงชังความอ่อนแอ ..
กลับรู้สึกอ่อนแอ .. ราวลูกไก่ที่เพิ่งออกจากเปลือก
ผมควรอยู่อย่างไร .. และจะดำเนินต่อไปอย่างไร ..
หรือผมควรก่อกำแพง ขว้างความรู้สึกออกจากไปจากจิตใจ
ปล่อยให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ปล่อยให้หัวใจกลายเป็นหินผา
หรือจริงจริงแล้ว นี่คือ สิ่งที่เหมาะที่สุด .. สำหรับผม ..
.
.
.
.
.
.
มนุษย์ ผู้หลงรัก .. เงา แห่ง ตน เอง ..
Subscribe to:
Posts (Atom)